ธปท. ปักหมุดปี 69 ปฏิวัติวงการเงินไทย เปิดทาง Open Banking หนุนสตาร์ทอัพแข่งแบงก์ใหญ่

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเดินหน้ายกระดับระบบนิเวศทางการเงินไทยผ่านนโยบาย Open Banking อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) รวมถึงกลุ่มสตาร์ทอัพ สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้บริการได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง
ตั้งเป้าปี 2569 พลิกโฉมบริการการเงิน
ธปท. ได้วางกรอบเวลาการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน โดยมุ่งหวังให้ระบบ Open Banking มีความพร้อมและสามารถเปิดใช้งานได้จริงภายในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการให้บริการทางการเงินในประเทศไทยให้มีความทันสมัยและคล่องตัวมากขึ้น
เป้าหมายหลัก: ลดผูกขาดและสร้างนวัตกรรม
การผลักดันนโยบายในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่:
- ส่งเสริมการแข่งขัน: ลดอิทธิพลการผูกขาดจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด
- กระตุ้นนวัตกรรม: เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นรายใหม่นำข้อมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
- เพิ่มประสิทธิภาพ: ยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ทั่วถึงและมีต้นทุนที่เหมาะสม
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ
ในขณะที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นหัวใจหลักของนโยบายนี้ ธปท. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยและความมั่นคงของข้อมูลส่วนบุคคล โดยในปัจจุบัน ธปท. กำลังเร่งดำเนินการในขั้นตอนการวางโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น พร้อมไปกับการหารือร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ประกอบการฟินเทค เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางในการเชื่อมต่อข้อมูล (API) รวมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการก่อนที่จะมีการเปิดใช้งานจริงในอนาคต
การก้าวเข้าสู่ยุค Open Banking ของไทย ไม่เพียงแต่เป็นการปรับตัวตามกระแสโลก แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญที่จะทำให้ระบบการเงินไทยมีความเปิดกว้างและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว


